เมื่อ : 04 พ.ค. 2569
รัฐบาลเดินหน้า “ไทยช่วยไทย”  ดีอี – ไปรษณีย์ไทย ผนึกกรมการค้าภายใน – กระทรวงพาณิชย์  ปูพรมกระจายสินค้าราคาประหยัด สู่ 4 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ลดค่าครองชีพสูงสุด 25%

กรุงเทพฯ  พฤษภาคม   2569 -  รัฐบาลมอบนโยบายเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “ไทยช่วยไทย”   ลดค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)   มอบหมายให้ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ผนึกกำลังกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ใช้โครงสร้างพื้นฐานด้าน  โลจิสติกส์ของไปรษณีย์ไทยเป็นแกนหลักในการกระจายสินค้าราคาประหยัดทั่วประเทศ ผ่านที่ทำการไปรษณีย์ 12 2  แห่ง เป็นศูนย์กระจายสินค้า เชื่อมต่อการจำหน่ายทั้งรูปแบบค้าปลีกและค้าส่ง กระจายผ่านรถเร่ (รถพุ่มพวง)   ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,000 ตลาดท้องถิ่นทั่วประเทศ ตั้งเป้าให้ประชาชนกว่า 4 ล้านคนเข้าถึงสินค้าในราคาที่ลดลงสูงสุด  25%  อย่างเป็นรูปธรรม

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด  กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยในฐานะหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ของประเทศ มีความพร้อมในการสนับสนุนโครงการ “ไทยช่วยไทย” อย่างเต็มศักยภาพ โดยได้ออกแบบระบบการกระจายสินค้าแบบครบวงจร ตั้งแต่การจัดซื้อ การบริหารคลังสินค้า การคัดแยก ไปจนถึงการขนส่งและกระจายสินค้าในระยะแรกไปรษณีย์ไทยจะใช้ที่ทำการไปรษณีย์  122  แห่ง   เป็นศูนย์กระจายสินค้า พร้อมเชื่อมต่อระบบการจำหน่ายทั้งแบบขายปลีก ณ ที่ทำการไปรษณีย์ โดยนำเทคโนโลยีมาบริหารจัดการการขายและการกระจายสินค้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการดำเนินงาน   ทั้งนี้ การกระจายสินค้าจะเริ่มในระดับจังหวัดภายในสัปดาห์แรก และขยายผลครอบคลุมระดับอำเภอในระยะถัดไป   เพื่อให้เข้าถึงประชาชนได้ทั่วประเทศ   สำหรับพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านการเข้าถึงหรือไม่มีรถเร่รองรับ จะมีการใช้เครือข่ายตลาดชุมชน ตลาดสด และตลาดนัด เป็นจุดกระจายสินค้าเพิ่มเติม เพื่อให้ประชาชนในทุกพื้นที่สามารถเข้าถึงสินค้าราคาประหยัดได้อย่างทั่วถึง

โครงการดังกล่าวครอบคลุมสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวันรวม  15  รายการ อาทิ น้ำมันปาล์ม ตราดอกไม้  /  ซอสหอยนางรม  ตราเด็กสมบูรณ์ /  ผงชูรส   ตราภูเขา  / หอยลายกระป๋อง ตราปุ้มปุ้ย /  ข้าวหอมปทุมบรรจุถุงขนาด 5 กิโลกรัม  /  ผงซักฟอกชนิดถุง   ตรา   D ak ko Plus  /  น้ำปลา   ตราปลาหมึก  /  ปลากระป๋องตราซูเปอร์   ซี เชฟ (Super C Chef)  /  บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป  รสต้มยำกุ้ง บิ๊กแพค /  น้ำยาทำความสะอาดพื้นตรามาจิคลีน  /  น้ำยาล้างจานชนิดถุงตราซันไลต์  /  แชมพูและครีมนวดผมแบบขวดและแบบชุดตราซันซิล   โดยลดราคาลง   25 %   เมื่อเทียบกับราคาท้องตลาด

ทั้งนี้ ไปรษณีย์ไทยยังได้เตรียมสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ของไปรษณีย์ไทยที่มีจำหน่ายอยู่แล้ว ณ ที่ทำการไปรษณีย์ในราคาพิเศษ อาทิ ข้าวสารตราไปร น้ำดื่มตราไปร หรือไปรคอฟฟี่ จำหน่ายควบคู่กับสินค้าโครงการ “ไทยช่วยไทย” เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชนที่มาใช้บริการ และเป็นการต่อยอดการใช้ศักยภาพของที่ทำการไปรษณีย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

 

นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทยยังส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคจากผู้ประกอบการกว่า 2,000 ราย ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ThailandPostMart ควบคู่กับความร่วมมือบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำ พร้อมสนับสนุนคูปองส่วนลดค่าขนส่ง 100 บาทต่อคำสั่งซื้อ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในยุคดิจิทัล อีกทั้งไปรษณีย์ไทยยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs และ OTOP สามารถลงทะเบียนเป็นสมาชิกและจำหน่ายสินค้าผ่านเว็บไซต์ ThailandPostMart ได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายช่องทางการเข้าถึงตลาดออนไลน์และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับธุรกิจไทย


“ไปรษณีย์ไทยพร้อมสนับสนุนโครงการ “ไทยช่วยไทย” ในฐานะกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงนโยบายภาครัฐสู่การปฏิบัติจริง โดยใช้โครงข่ายโลจิสติกส์ของประเทศเป็นเครื่องมือในการกระจายโอกาสลดภาระค่าครองชีพ และสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน” ดร.ดนันท์ กล่าวสรุป