ข่าวดี! คมนาคม จับมือ TSB คิกออฟเปิดรับบัตรสวัสดิการฯ จ่ายค่ารถเมล์ไฟฟ้า ลดค่าครองชีพพี่น้องประชาชน
กระทรวงคมนาคม ร่วมกับ ไทย สมายล์ บัส เปิดระบบรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐชำระค่าโดยสาร เพื่อลดค่าครองชีพพี่น้องประชาชน นำร่อง 23 เส้นทางครอบคลุมกรุงเทพฯ-ปริมณฑล เริ่มวันนี้ 28 พ.ค. 69 เป็นต้นไป และเปิดรับชำระให้ครบทั้ง 124 เส้นทางภายใน 15 มิ.ย. 69
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม, นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก, นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด และสุทธิรักษ์ พาทรัพย์มา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ร่วมเปิดตัวโครงการ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เดินทางกับรถเมล์ไฟฟ้า ไทย สมายล์ บัส" คิกออฟเปิดรับชำระค่าโดยสาร ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของรถเมล์ไฟฟ้าในเครือ TSB ณ กระทรวงคมนาคม ถนนราชดำเนิน
โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคม มีเป้าหมายชัดเจนในการมุ่งเน้นลดความเหลื่อมล้ำและยกระดับการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะให้พี่น้องประชาชนทุกกลุ่มให้สามารถเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะที่มีคุณภาพและมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น นอกจากนี้ยังขับเคลื่อนมาตรการลดค่าครองชีพช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากความร่วมมือกับ ไทย สมายล์ บัส ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีศักยภาพ มีความพร้อมแล้วที่จะเปิดให้ผู้ถือบัตรฯ ได้ใช้สิทธิบนรถเมล์โดยสารพลังงานไฟฟ้า และให้เริ่มนำร่องเฟสแรก จำนวน 23 เส้นทาง ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค. นี้เป็นต้นไป จากนั้นได้ให้แนวทางกานขยายไปในเส้นทางอื่น ๆ ให้ครอบคลุมทั่วกรุงเทพ-ปริมณฑลฯ 124 เส้นทาง ในวันที่ 15 มิ.ย. 2569
ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวเสริมว่า เชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนอย่างมาก เพราะไม่เพียงช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง แต่ยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันให้กับประชาชน พร้อมกับช่วยกระตุ้นให้เกิดการใช้รถขนส่งสาธารณะพลังงานสะอาดมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะมีผลต่อการลดปัญหาการจราจร และคุณภาพอากาศในเมืองไปพร้อมกันด้วย
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลผู้ประกอบการขนส่ง กล่าวว่า โครงการนี้เป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยได้เข้าถึงบริการรถขนส่งสาธารณะ และสร้างโอกาสการเดินทางที่เชื่อมต่อกันเป็นโครงข่าย เพื่อให้คุณภาพชีวิตของผู้เดินทางดีขึ้น ตามแนวทางการยกระดับการขนส่งให้ปลอดภัย มีมาตรฐานใหม่ และทันสมัยเพื่อประชาชน
นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกยังได้ดำเนินการขับเคลื่อนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพด้านการเดินทางของประชาชนควบคู่ไปด้วย โดยขอเชิญชวนผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งผู้ประกอบการรายเดิมสามารถยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน "ถุงเงิน" ได้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 และผู้ประกอบการรายใหม่สามารถลงทะเบียนที่ธนาคารกรุงไทยได้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569
